ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ตัวผมเองไม่เคยเรียนวิชาทางด้านจิตวิทยามาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นจิตวิทยาด้านไหนก็ตาม แต่จากการที่ผมชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิทยา-ปรัชญา อยู่เป็นประจำ ทำให้ได้รับข้อคิด ข้อเตือนใจต่างๆ มากมาย และสิ่งนั้นนอกจากจะเอามาประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตของผมเองแล้วก็ยังเผื่อแผ่ไปถึงน้องๆ ที่เข้ามาใน สุดิแชท อีกด้วย
 
สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากของการเป็นที่ปรึกษาที่ดีของผม ก็คือ การเป็นผู้ฟังที่ดี ครับ ทั้งนี้ ก็เพราะว่า การที่เราจะแก้ปัญหาใครซักคนหนึ่ง สิ่งที่เราต้องรู้ให้ได้อย่างลึกซึ้งก็คือ ปัญหาของเขาคนนั้นคืออะไร วิธีการก็คือ การให้เขาคนนั้นได้พูดในสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นปัญหาออกมาให้มากที่สุด พยายามอดทนกับสิ่งที่เขาระบายออกมา ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม
 
และนั่นก็จึงเป็นแนวปฏิบัติที่ผมยึดมั่นมาเสมอในการให้คำปรึกษา ไม่ว่าจะเรื่องเรียน หรือเรื่องการดำเนินชีวิตของน้องๆ ที่มาขอคำปรึกษากับผมครับ แต่หลายครั้งที่ดูเหมือนว่า เราอาจจะไม่เข้าใจบทบาทของกันและกันซักเท่าไหร่
 
ตัวอย่างเช่น มีกรณีที่น้องเข้ามาปรึกษาเนื่องจาก คิดว่าเขาอกหัก หน้าที่ของผมก็คือ พยายามฟังข้อมูลจากเขาแล้วสรุปให้ได้ว่า เขาถูกหักอกจริงหรือไม่? ผมพยายามนิ่งเงียบ ไม่โต้ตอบ เพื่อให้เขาได้ระบาย ได้พูดออกมา เพราะทราบมาว่า (จากการที่เขาเล่าให้ฟัง) ได้ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แต่ปรากฎว่า น้องเขาสวนออกมาทันทีว่า "ทำไมพี่ไม่พูดอะไรบ้างล่ะ หนูมาขอคำปรึกษานะ"
 
ตัวอย่างที่ผมยกมานี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้องเขาอาจจะไม่เข้าใจบทบาทของผู้ให้คำปรึกษาซักเท่าไหร่… แต่ก็เอาเถอะ ผมไม่ถือสาเขาหรอกครับ เพราะว่า สภาพจิตใจขณะนั้น ใครจะมีกะจิตกะใจมีพิธีรีตองเล่า? จริงมั้ย?
 
จริงๆ มีอีกตัวอย่างหนึ่งจะบอกเล่าให้ฟัง แต่ค่อนข้างจะตรงข้ามกับกรณีนี้ซักหน่อย แต่ขอยกไว้คราวหน้าดีกว่าครับ ตอนนี้เน็ตใกล้ตัดแล้ว…