ถึงช่วงเวลาที่เรียกว่า Long Weekend เมื่อไหร่ (จริงๆ มันก็ไม่ยาวสมชื่อหรอกครับ แค่ 3 วันเอง คือระหว่างวันเสาร์ที่ 22 – วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม) ที่บ้านผมก็จะออกไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดกันเป็นประจำ อย่างเมื่อล่าสุดช่วงกลางปีที่ผ่านมาก็เพิ่งไป short trip ที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งก็น่าเบื่อมากๆ และได้พบเจอประสบการณ์ที่ไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง
 
แต่พอมาถึง short trip คราวนี้ ก็ประสบกับ "ความน่าเบื่อและความทรงจำที่ไม่รู้ลืมไปชั่วชีวิต" ใน trip เดียวกัน ผมก็เลยจะแบ่ง Blog ชิ้นนี้ออกเป็น 2 ส่วนก็แล้วกันครับ
 
******************************************************************
 
ช่วงที่ 1: ความน่าเบื่อ
 
ในตอนแรกนั้น พวกเราได้วางแผนกันว่าจะไปค้างคืนกันแถวๆ ชะอำ หรือปราณบุรี (อยู่ห่างกันจังเลยเนอะ เหอๆๆ… ) แต่ที่แปลกก็คือ ไม่ได้จองที่พักไว้ล่วงหน้าด้วย หากใครจำได้… ใน Blog ที่ผมเคยเขียนเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาเรื่อง "Short Trip สุดเซ็ง" ก็ไม่ได้จองที่พักไว้ล่วงหน้าเหมือนกัน เรียกว่า ไปตายเอาดาบหน้า แต่ดูๆ ไปแล้วก็คล้ายๆ กับใครบางคนที่ชอบ "ค่ำไหน นอนนั่น" ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งเป็นที่สุด   
 
เอาล่ะ… ก่อนที่จะนอกเรื่องไปมากกว่านี้ กลับมาเรื่องนี้กันต่อ
 
คือพอเราไม่ได้จองที่พักไว้ เราก็ต้องไปตายเอาดาบหน้า ซึ่งเลี้ยวไปที่รีสอร์ตไหนๆ ก็บอกในทำนองเดียวกันว่า "เต็มแล้วครับ/ค่ะ" "ว่างพรุ่งนี้ครับ/ค่ะ"
 
สรุปก็คือ… มีการเปลี่ยนแผน โดยพวกเราตกลงกันว่าจะทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารทะเลแถวๆ เขากะโหลก (วนอุทยานท้าวโกษา อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์) จากนั้นก็แวะไปนมัสการหลวงปู้ทวด (หรือเปล่า??) ที่วัดห้วยมงคล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสร็จจากตรงนั้นราวๆ 14.30 น. ก็ตีรถมาที่ชายหาดชะอำด้านทิศใต้
 
พวกเรานั่งๆ นอนๆ กินลมทะเลกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆ ก็นั่งรถออกมาทานอาหารทะเลที่ร้านอาหารทะเลแถวๆ นั้น เสร็จจากตรงนั้นประมาณ 17.30 น. ก็ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที เพื่อไม่ให้ดึกเกินไป (short trip คราวที่แล้ว ต้องบึ่งรถกลับมากลางดึกเลย ถึงบ้านราวๆ 24.30 น.)
 
หลังจากนั้นก็เป็นช่วงที่ 2 แล้วนะครับ… โปรดติดตาม
 
******************************************************************
 
ช่วงที่ 2: ความทรงจำที่ไม่รู้ลืมไปชั่วชีวิต
 
พวกเรานั่งรถออกมาจากร้านอาหารนั้นประมาณ 17.30 น. ระหว่างทางตั้งแต่อำเภอท่ายาง มาเรื่อยๆ จนออกนอกตัวเมืองเพชรบุรี กำลังจะเข้าเขตจังหวัดราชบุรีแล้ว ผมสังเกตว่ามีตำรวจยืนระยะตลอดทางเลยครับ (ประมาณ 150 – 200 เมตร ต่อตำรวจ 1 นาย) ผมก็สังหรณ์ใจแล้วว่า จะต้องมีขบวนเสด็จฯ แน่นอน
 
พวกเราก็ไม่ได้สนใจอะไร ขับรถมาเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็สังเกตว่า ทำไมรถคันอื่นมันแข่งกันแซงซ้ายเหลือเกิน (พอดีว่า ในเลนของพวกเรานั้นมีรถช้าอยู่ข้างหน้าครับ) สังเกตได้แป๊บเดียว ก็เจอรถกระบะของตำรวจในท้องที่นั้นจอดขวางถนนไว้เลย แล้วก็ต้อนรถยนต์ทุกคันเข้าไปจอดหลบในปั๊มตราหอย
 
พวกเราจอดรออยู่ซักพักใหญ่ๆ ก็เลยมีหน่วยกล้าตายไปถามคุณตำรวจว่า "ใครเสด็จ?" คุณตำรวจก็บอกว่า "อ๋อ… ในหลวงเสด็จฯ น่ะครับ"
 
เท่านั้นแหละ… ผมนี่เกิดอาการขนลุกขึ้นมาเลยครับ  คุณลองคิดดูก็แล้วกัน พวกเราได้รับทราบกิจกรรมการเสด็จฯ ของพระบรมวงศานุวงศ์ก็จากข่าวในพระราชสำนักตอน 2 ทุ่มแค่นั้นแหละครับ นั่นหมายความว่า อย่างมากก็ได้รู้ได้เห็นพระองค์ท่านจากหน้าจอโทรทัศน์เท่านั้น
 
ระหว่างรอกระบวนเสด็จฯ เคลื่อนผ่านมา ผมก็ยังนึกในใจเลยว่า "เอาล่ะ… หากมีโอกาสจะทอดสายตาเข้าไปในรถยนต์พระที่นั่งให้ได้เลย" 
 
ในชั่วอึดใจเดียว… กระบวนรถพระที่นั่งก็เคลื่อนผ่านมายังจุดที่คุณตำรวจสกัดกั้นราษฎรไว้ พยายามสังเกตรถยนต์พระที่นั่งของพระองค์ท่าน ซึ่งก็ชัดเจนว่าใช่อย่างแน่นอน เพราะมีธงตราครุฑ (ขออภัยที่ไม่ทราบราชาศัพท์) ติดอยู่ที่หน้ารถยนต์พระที่นั่ง
 
ผมมีเวลาไม่กี่วินาที หากจะทอดสายตาเข้าไปในรถยนต์พระที่นั่งองค์นั้น ซึ่งก็ไม่ทันครับ   เพราะรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนที่เร็วมากๆ แต่ที่สังเกตได้ชัดก็คือ ภายในรถยนต์พระที่นั่งของพระองค์นั้นได้เปิดไฟไว้ด้วยครับ ซึ่งพวกเราต่างก็คาดเดากันว่า พระองค์คงกำลัง "ทำการบ้าน" อยู่เป็นแน่แท้ทีเดียว
 
พลันที่รถยนต์พระที่นั่งของพระองค์ท่านเคลื่อนที่ผ่านไปแล้ว… ผมแทบไม่เชื่อเลยว่า ตัวผมเองได้ "เข้าใกล้" พระองค์ท่านมากเพียงใด ผมคิดว่าระยะระหว่างจุดที่บรรดาราษฎรนั้นยืนเฝ้ารับเสด็จฯ อยู่นั้น ห่างจากกระบวนรถยนต์พระที่นั่งของพระองค์ท่านไปไม่เกิน 10 เมตร หรอกครับ ซึ่งถือได้ว่าใกล้มากจริงๆ
 
พอกระบวนรถยนต์พระที่นั่งได้ผ่านพ้นไปแล้ว ประมาณ 1-2 นาที คุณตำรวจก็ปล่อยราษฎรเป็นอิสระ และในระหว่างที่กำลังเดินทางกลับบ้านนั้น ผมก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้น และดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เข้าใกล้พระองค์มากเพียงใด ซึ่งผมคิดว่าในชั่วชีวิตนี้อาจไม่มีโอกาสอีกแล้วก็เป็นได้ และผมได้สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า จะเก็บภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไว้ไปตลอดชีวิตเลยครับ
 
******************************************************************
 
เก็บตก:
 
  • ในวันนี้ หากว่าพวกเราได้ที่พัก ณ รีสอร์ตที่ใดที่หนึ่งในตัวอำเภอปราณบุรีแล้ว ก็เชื่อได้ว่า จะพลาดการรับเสด็จฯ ในคราวนี้อย่างแน่นอน
  • ขอปิดท้าย Blog ชิ้นนี้ด้วย เพลงสรรเสริญพระบารมี ครับ

ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิรกานต์

นบพระภูมิบาลบุญดิเรก

เอกบรมจักรินทร์พระสยามินทร์

พระยศยิ่งยง

เย็นศิระเพราะพระบริบาล

ผลพระคุณ ธ รักษา

ปวงประชาเป็นสุขศานด์

ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด

จงสฤษดิ์ดัง หวังวรหฤทัย

ดุจถวายชัย ชโย…