การมอบและการรับของขวัญเป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่เรามักจะทำขึ้นในโอกาสต่างๆ อันเป็นมงคล เช่น งานแต่งงาน งานวันเกิด งานรับปริญญา เป็นต้น ทีนี้สมมติว่าคุณได้รับมอบของขวัญจากใครซักคนหนึ่ง ถามว่าคุณจะทำอย่างไรกับของขวัญที่คุณได้มา แล้วคุณใช้หลักเกณฑ์อะไรที่จะบอกว่าสมควรจะทำยังไงกับของขวัญชิ้นนั้น…
 
ไม่ว่าคำตอบของคุณจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าคำตอบของคุณจะตรงกับของผมหรือเปล่า เอาเป็นว่าผมจะมาแบ่งปันแนวคิดของผมเกี่ยวกับการจัดการของขวัญที่ผมเคยได้รับมาก็แล้วกันครับ…
 
โดยส่วนตัวผมเมื่อได้รับมอบของขวัญมาแล้ว ผมมักไม่ค่อยแกะดูในทันที แต่จะเก็บเอาไว้แล้วแกะมาดูในเวลาส่วนตัว  เว้นแต่ว่าเจ้าของของขวัญชิ้นนั้นคะยั้นคะยอเหลือเกินว่า ให้เปิดกันเดี๋ยวนั้นเลย หรือในบางครั้งผมก็เลือกที่จะไม่เปิดเลย
 
อย่างถ้าเป็นของขวัญที่ได้รับจากพ่อแม่ หรือว่าญาติผู้ใหญ่ ผมจะไม่ค่อยอยากแกะออกมาดู หรือว่าเอาออกมาใช้ซักเท่าไหร่ครับ เพราะผมถือว่าเป็นของขวัญที่ล้ำค่าเป็นอย่างมาก หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือมีคุณค่าทางจิตใจเหนือสิ่งอื่นใดทั้งมวล หรือถ้าจะเอาออกมาใช้ก็คงจะเป็นโอกาสที่เหมาะสมและมีคุณค่าไม่ยิ่งไปกว่าคุณค่าของของขวัญที่ได้รับ
 
สำหรับแต๊ะเอียที่ได้รับก็เช่นเดียวกันครับ ผมเลือกที่จะเก็บเอาไว้เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง เพราะผมทราบดีว่า การให้แต๊ะเอียนั้นทำไปเพื่ออะไร หากจะนำเอามาใช้จ่ายก็จะเป็นการใช้จ่ายในกิจการที่เหมาะสมและจำเป็นจริงๆ
 
สุดท้ายจึงอยากจะบอกกับทุกคนที่ได้เข้ามาอ่าน Blog ชิ้นนี้ว่า โลกทุกวันนี้เป็นโลกของทุนนิยม ที่ทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ใต้อำนาจของทุน ของวัตถุ หรือพูดง่ายๆ ก็คือเรื่องของภายนอก แต่เรากลับละเลยเรื่องของจิตใจไปอย่างน่าเสียดาย หากใครเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับปรัชญา หรือว่าพระพุทธศาสนาจะพบว่า กาย (body) กับจิตใจ (mind) นั้นเป็นของคู่กัน หากทั้งสองอย่างนั้นสมบูรณ์ดี ก็จะส่งเสริมซึ่งกันและกันครับ แต่ปัญหาก็คือว่า ในทุกวันนี้ทั้งสองอย่างไม่ได้ไปคู่กัน เรามีความเจริญทางกาย แต่จิตใจกลับตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย จึงทำให้เกิดปัญหาทางสังคมมากมาย ดังนั้น แนวทางหนึ่งที่จะสามารถทุเลาปัญหาเหล่านี้ก็คือ การพัฒนาจิตใจไปพร้อมๆ กับการพัฒนากายด้วยครับ…
Advertisements