หัวข้อ Blog วันนี้คล้ายๆ กับชื่อละครน้ำเน่า หรือไม่ก็คำพูดของตัวละครในภาพยนตร์จีนเลยนะครับ แต่สาระของ Blog ในวันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านั้นเลยแม้แต่นิดเดียว
 
Blog วันนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากเมื่อหลายวันก่อนบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นนั่นเองครับ เรื่องของเรื่องก็คือมีการพูดคุยกันในหลายๆ เรื่อง แต่แล้วก็มีคนตั้งคำถามถามผมว่ายังไม่มีสาวไหนมาปิ๊งอีกเหรอ? (พูดง่ายๆ ก็คือคนถามนั้นต้องการถามว่ายังไม่คิดจะมีแฟนอีกเหรอ)
 
เจอคำถามนี้เข้าไปก็เล่นเอาคนที่ต้องตอบตอบอึ้งไปเลยเหมือนกัน…
 
คำถามนี้ผมตอบได้อย่างรวดเร็วแทบจะไม่ต้องคิดเลยว่า
 
"แล้วแต่ฟ้าจะลิขิต"
 
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครถามผมต่ออีก แล้วมื้ออาหารเย็นวันนั้นก็ดำเนินต่อไป โดยที่หลังจากคำถามนั้นผมก็เกิดอาการมื้อเย็นเป็นพิษทันที คือ ทานอะไรก็ไม่อร่อยสักอย่าง พอตกกลางคืนผมก็มานั่งไตร่ตรองกับคำถามที่ผมเจอมา…
 
อันที่จริงแล้วตั้งแต่เกิดมา 20 กว่าปีนี้ จะบอกว่าไม่เคยถูกชะตากับหญิงสาวคนไหนเลยก็คงไม่จริงครับ ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ผมรู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวนั้นผมกำลังเรียนอยู่ในชั้น ป.5 (ประถมศึกษาปีที่ 5) เธอเป็นเพื่อนร่วมห้องเดียวกับผม ทีนี้ถามว่าเธอคนนั้นเป็นยังไง ก็ต้องตอบว่าน่ารักดี แต่จนแล้วจนรอดก็แป้กครับ
 
จนกระทั่งขึ้น ป.6 (ประถมศึกษาปีที่ 6) ก็รู้สึกถูกชะตากับเพื่อนร่วมห้องอีก แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า เธอคนนั้น "ดุ" ไปหน่อย ก็เลยแป้กอีก
 
ทีนี้พอนมเริ่มแตกพาน จำได้ว่าตอนนั้นเรียนอยู่ชั้น ม.1 ก็รู้สึกถูกชะตากับเพื่อนร่วมห้องอีกเช่นเคย แต่คราวนี้แตกต่างจาก 2 ครั้งก่อนตรงที่ มีเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ ที่สังเกตเห็นความผิดปกติว่า ทำไมผมจึงชอบมองเธอคนนั้นเสียเหลือเกิน จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีเพื่อนคนหนึ่งทำให้เธอคนนั้นได้รู้จนได้ว่า มีคนแอบชอบเธออยู่!!
 
แต่ผมกับเธอก็ไม่เคยได้คุยกัน แต่ก็ส่งยิ้มให้กันเวลาเจอกัน…
 
ผมจำได้ว่าเจ้าเพื่อนตัวดีก็พยายามเสียเหลือเกิน หรือจะเรียกว่า "ยุ" ก็ได้นะครับที่จะให้ผมกับเธอเป็นแฟนกันให้ได้!! แต่จนแล้วจนรอดผมก็ไมได้ปริปากบอกเธอไปว่า ผมรู้สึกยังไงกับเธอ แล้วทุกอย่างก็จบลง…
 
แล้วผมก็ยังคงไม่มีคนรู้ใจมากระทั่งทุกวันนี้…
 
บางคนอาจจะคิดว่าผมขยาดกับการรักใครสักคนก็คงจะไม่ตรงประเด็นนัก…
บางคนอาจจะคิดว่าไอ้หมอนี่มันเป็นเกย์หรือเปล่า ถึงไม่ชอบผู้หญิง ก็ไม่เป็นความจริง…
บางคนอาจจะคิดว่าไอ้หมอนี่กามตายด้านหรือเปล่า ก็คนละประเด็นกันอีก…
บางคนอาจจะคิดว่าไอ้หมอนี่เริ่มต้นไม่เป็น ซึ่งก็ตรงประเด็นนะครับ แต่ว่าในขณะนั้นผมกลับคิดว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญเลย…
 
จนกระทั่งทุกวันนี้ ผมจึงได้ข้อสรุปว่าเป็นเพราะความที่ตัวเองเริ่มต้นไม่เป็นนั่นเอง
 
คุณลองคิดดูง่ายๆ ว่าเมื่อล้อไม่หมุน แล้วรถจะเคลื่อนที่หรือ?
 
แต่ก็นั่นแหละครับ ในเมื่อตัวเองยังเริ่มต้นไม่เป็น เอาแต่ปอดแหก แล้วเมื่อไหร่ถึงจะประสบความสำเร็จล่ะ? เพราะฉะนั้นแล้ว นั่นจึงเป็นที่มาของคำตอบที่ว่า "แล้วแต่ฟ้าจะลิขิต" นั่นเอง