วันนี้มาว่ากันถึงเรื่อง "เครื่องแบบนักเรียน" ตามฤดูกาลกันต่อเป็นตอนที่ 2 นะครับ ก่อนอื่นต้องขออภัยด้วยที่ชวนให้อ่านเรื่องไร้สาระติดๆ กันในช่วงนี้ เพราะเรื่องที่ผมคิดว่ามีสาระนั้นได้พูดถึงมาแล้วหลายครั้งใน Spaces แห่งนี้ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา คราวนี้ก็ขอไร้สาระเสียบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อให้คุณได้เห็นมุมมองแปลกๆ ที่คุณอาจไม่เคยเห็นหรือมองข้ามไป และอย่างน้อยก็เพื่อเติมเต็มความไร้สาระให้เกิดขึ้นกับชีวิตของคุณเสียบ้าง ไม่งั้นชีวิตคงไร้รสชาติไปมากทีเดียว!! ว่าไหมครับ?
 
เครื่องแบบนักเรียนตามฤดูกาลที่ผมพูดถึงในตอนที่แล้วเป็นข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมพอจะจำได้และนำมาเปรียบเทียบกับเด็กในยุคนี้ ส่วนการที่ผมนำฤดูกาลมาเป็นประเด็นเปรียบเทียบนั้นก็เพราะว่า ในแต่ละฤดูกาลมีสารพัดวิธีในการประยุกต์การแต่งเครื่องแบบของนักเรียนแต่ละคนให้เข้ากับสภาพอากาศ สำหรับตอนนี้ผมจะเล่าในส่วนของผมเองบ้างนะครับ…
 
เมื่อสมัยเด็กๆ พอถึงฤดูหนาว สิ่งที่ผมทำก็คล้ายๆ กับเด็กเรียบร้อยส่วนใหญ่ คือ ใส่เสื้อกันเย็นทับเสื้อนักเรียนไว้อีกชั้นหนึ่ง พอตกบ่ายอากาศร้อนขึ้นมาอีกหน่อยก็จะถอดเสื้อกันเย็นออก แต่ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผมสังเกตว่าอากาศไม่เห็นจะหนาวเย็นเหมือนสมัยเด็กๆ เสื้อกันเย็นได้ใส่อย่างมากก็แค่ 2-3 วันแรกนับจากวันที่มีลมเย็นเป็นครั้งแรกของปี ส่วนวันอื่นๆ ที่ลมไม่เย็นมากเท่าวันแรกๆ ก็จะ Safety First โดยการสวมเสื้อกล้ามหรือไม่ก็เสื้อยืดคอกลมไว้ข้างในแล้วก็ทับด้วยเสื้อนักเรียน แล้วก็ไม่ต้องสวมเสื้อกันเย็นมาโรงเรียนอีก (ประเด็นก็คือผมไม่มีอะไรจะโชว์ด้วย เลยไม่อยากใส่มา)
 
พอขึ้น ม.ปลาย รู้สึกว่าฤดูหนาวในกรุงเทพฯ นั้นหายไปอย่างสิ้นเชิง เสื้อกันเย็นก็เลยไม่ได้นำออกมาใช้ การแต่งตัวของผมจึงไม่ได้เน้นเพื่อป้องกันความเย็นอีกต่อไป แต่เน้นให้ถูกระเบียบเข้าไว้จะดีที่สุดครับ
 
ทั้งนี้ ฤดูหนาวสำหรับเด็กนักเรียนกรุงเทพฯ คงจะมีเท่านี้จริงๆ ครับ ดังนั้น ในตอนต่อไปผมจะเล่าว่าในฤดูกาลอื่นๆ นั้นนักเรียนส่วนใหญ่รวมถึงตัวผมเองแต่งเครื่องแบบกันอย่างไร แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ…การแต่งเครื่องแบบนักเรียนโดยเฉพาะฤดูหนาวในสมัยที่ยังเรียนหนังสือของคุณเป็นอย่างไร ลองแบ่งปันกันดูนะครับ
 
หมายเหตุ ขอแก้ไขชื่อ Blog เป็นชื่อดังกล่าวนะครับ เพราะดูแล้วน่าจะเข้ากับเนื้อหามากกว่า อีกอย่างก็ไม่อยากให้เอาไปตีความแบบผิดๆ แล้วก็เดือดร้อนศาลรัฐธรรมนูญในการตีความสิ่งที่ถูกต้องในภายหลังด้วย (แถมมุขแป้กท้าย Blog อีก!)