จากการ check สถิติของผู้อ่านที่พลัดหลงเข้ามาอ่านเรื่องราวที่มีสาระของผมในช่วงที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับเรื่องราวไร้สาระในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาจะพบว่า สถิติของผู้อ่านนั้นไม่ได้ลดลงไปเลยครับ แถมยังเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก ดังนั้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป ผมก็คงจะพยายามสรรหาเรื่องราวที่ไร้สาระสิ้นดีมาถ่ายทอดให้คุณได้อ่านกันแบบฟรีๆ อย่าลืมติดตามกันต่อไปให้ได้เลยนะครับ…
 
วันนี้มาว่ากันถึงเรื่อง "เครื่องแบบนักเรียนตามฤดูกาล" กันต่อนะครับ วันนี้เห็นทีจะเป็นตอนจบแล้ว โดยผมจะกล่าวถึงในฤดูฝนเพียงอย่างเดียว ไม่ขอกล่าวถึงฤดูร้อนนะครับ เพราะฤดูนี้ไม่ตรงกับช่วงที่โรงเรียนกำลังเปิดเทอมเลย (คิดดูก็แล้วกันว่าโรงเรียนหยุดนานแค่ไหน)
 
สิ่งที่มาพร้อมกับฤดูฝนเห็นจะหนีไม่พ้น "ฝน" นั่นเอง ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือไม่ก็ตามก็จะต้องสรรหาวิธีมาป้องกันตัวจากฝนที่กระหน่ำลงมาแทบไม่เว้นแต่ละวันกันเลยทีเดียว วิธีการซึ่งเป็นที่นิยมกันมากที่สุด 2 อันดับแรกก็คือ การใช้ร่มกันฝน กับการใช้เสื้อกันฝนนั่นเอง
 
การใช้ร่มกันฝนนั้นดูจะเหมาะสมกับผู้ใหญ่มากกว่า เพราะโดยกายภาพแล้วร่มอาจจะถูกแปลงสภาพเป็นอาวุธได้ทุกเมื่อ ถ้าผู้ใช้ร่มคันนั้นเป็นเด็กตัวเล็กๆ ตัวอย่างเช่น ก้านร่ม หรือแม้กระทั่งส่วนหัวของร่มที่อาจจะมีปลายแหลม ดังนั้น เราจึงไม่ค่อยเห็นเด็กๆ พกร่มไปโรงเรียนกันสักเท่าไหร่ แต่เราจะเห็นเด็กๆ สวมเสื้อกันฝนมากกว่า
 
สมัยที่ผมยังเด็กๆ ผมแทบจะไม่เคยใช้ร่มเลยเวลาไปโรงเรียน เพราะทางโรงเรียนนั้นมีบริเวณที่อับฝนมากเป็นพิเศษนั่นเอง ส่วนอีกประการหนึ่งก็เป็นเพราะว่า เคยมีประสบการณ์ที่ร่มเจ้ากรรมพาให้เจ้าของร่มหัวทิ่มหัวตำมาแล้ว ดังนั้น ผมจึงเข็ดขยาดในการใช้ร่มเพื่อกันฝนมาโดยตลอด ทางบ้านจึงแก้ปัญหาโดยการให้สวมเสื้อกันฝนแทนเวลาที่ไป-กลับโรงเรียน
 
การใช้เสื้อกันฝนมีข้อดีหลายอย่างนะครับ อย่างน้อยที่สุด ก็ไม่ต้องพะวงว่าเสื้อกันฝนของเรานั้นจะถูกแปลงสภาพมาเป็นอาวุธทำร้ายผู้สวมใส่เอง อีกประการหนึ่งก็คือ ไม่เปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บในเวลาที่ไม่ต้องการใช้เลย เพียงแค่พับเหมือนเสื้อผ้าปกติ แล้วก็อาจจะหุ้มด้วยถุงพลาสติกอีกชั้นก็เป็นอันเรียบร้อย
 
ตั้งแต่จำความได้จนกระทั่งปัจจุบัน มีอยู่ 2 ครั้งที่ผมตกอยู่ในสถานการณ์ "ตากฝน" เพราะคาดการณ์ผิดว่าวันนั้นไม่น่าจะมีฝนตกก็เลยย่ามใจไม่เตรียมเสื้อกันฝนไปด้วย เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นตอนประมาณ ป.4 (หรือ ป.5 ไม่แก่กว่านี้) ช่วงกลางวันที่ต้องไปทานอาหารกลางวันที่โรงอาหาร จำได้ว่าตอนขาไป ฝนไม่ตก แต่พอขากลับ ฝนตกหนักมาก แถมยังใกล้เวลาเข้าเรียนคาบบ่ายแล้วด้วย จึงตัดสินใจเดินฝ่าฝนกลับเข้าห้องเรียน (โชคดีแค่ไหนที่ไม่ถูกฟ้าผ่าตาย) นั่นก็เลยเป็นครั้งแรกที่ต้องตากฝน สภาพเหมือนลูกหมีตกน้ำไม่มีผิด
 
ส่วนเหตุการณ์ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นตอนที่เรียนอยู่ปี 1 กำลังอ่านหนังสืออยู่ที่คณะ แต่ก็ใกล้เวลาสอบวิชาเคมีแล้ว ฝนเจ้ากรรมก็ดันตกหนักเสียด้วย สภาพตอนไปถึงห้องสอบเปียกปอนไปทั้งหมด แถมห้องสอบยังเป็นห้องแอร์อีก โชคดีที่ใส่เสื้อมาหลายชั้น เลยไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ แต่สมาธินั้นก็แตกกระจายไปกับสายฝนนอกห้องสอบเสียแล้ว ผลก็คือ…สอบตกวิชานี้เป็นครั้งแรกในชีวิต
 
ที่เล่ามาทั้ง 3 ตอนนั้นก็เป็นเรื่องของเครื่องแบบนักเรียนตามฤดูกาล ซึ่งผมจำมาจากประสบการณ์ของคนอื่นๆ รวมถึงตัวผมเองด้วย ก็หวังว่าเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงคงจะเกิดขึ้นกับคนอื่นๆ บ้าง (ผมจะได้มีแนวร่วม) หรือมิฉะนั้นก็ใช้เป็นบทเรียนสำหรับคนอื่นๆ ในการเตรียมพร้อมรับภาวะฉุกเฉินจากสภาพอากาศที่วิปริตอย่างทุกวันนี้ครับ…