เมื่อ 4 ปีที่แล้วในช่วงปิดภาคฤดูร้อน ผมยังเป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 ในโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สควค.) ซึ่งทางโครงการฯ มีเงื่อนไขตามข้อสัญญาว่า นิสิตในโครงการทุกคนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์และปลูกฝังคุณลักษณะความเป็นครูในช่วงปิดภาคฤดูร้อนอย่างสม่ำเสมอ โดยมหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์ประสานงานโครงการแต่ละศูนย์จะรับเป็นเจ้าภาพสลับกันไปเช่นนี้ทุกปี
 
ในปีนั้นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่งอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รับเป็นเจ้าภาพ กิจกรรมปลูกฝังคุณลักษณะความเป็นครูดังกล่าวมีระยะเวลาทั้งสิ้น 4 วัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมดูงานตามสถานที่ต่างๆ อย่างเช่น กิจกรรมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยซึ่งรับเป็นเจ้าภาพ และการทัศนศึกษานอกสถานที่ เป็นต้น
 
ในครั้งนั้น ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้นำคณะอาจารย์ผู้ประสานงานโครงการฯ และนิสิตในโครงการทุกคนทุกระดับปริญญาไปทัศนศึกษา ณ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ซึ่งตั้งอยู่ภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต
 
ซึ่งการทัศนศึกษาในครั้งนั้นก็เลยทำให้ผมได้มีโอกาส "เข้าวังฯ" เป็นครั้งแรกในชีวิต
 
ก่อน "เข้าวังฯ" ผมพอจะทราบมาก่อนแล้วว่าภายในวังฯ หรือ "บ้านของในหลวง" นั้นมีอะไรอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะคิด เพราะในสามัญสำนึกของเรา เราอาจคิดว่าพระมหากษัตริย์จะต้องอยู่อย่างหรูหราสะดวกสบาย มีข้าราชบริพารคอยถวายงานอยู่ตลอดเวลา ฯลฯ แต่นั่นก็เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะจากการที่ผมเข้าได้เข้าวังฯ ได้พบเห็นสิ่งที่ที่ประทับของพระมหากษัตริย์พระองค์อื่นๆ ในโลกนี้ไม่ควรจะมี และไม่น่าจะมี ตัวอย่างเช่น ที่นา บ่อเลี้ยงปลา โรงสีข้าว โรงผลิตนมผง เป็นต้น เรียกได้ว่าภายในวังฯ แทบจะเป็น "ชนบทกลางกรุงฯ" เลยด้วยซ้ำ
 
การเข้าวังฯ ในครั้งนั้นจึงทำให้ผมคิดได้ว่า หากมีใครถามผมว่าในประเทศไทยนั้นใครคือผู้ที่เหนื่อยที่สุดในประเทศ ผมตอบโดยไม่ลังเลเลยว่า ผู้นั้นก็คือในหลวงนั่นเอง พระองค์ทรงงานมาแล้วกว่า 61 ปี อย่างไม่เคยหยุด แม้ในขณะทรงประชวรและต้องประทับรักษาพระวรกายที่โรงพยาบาลศิริราช ก็ยังทรงพระราชดำริในโครงการคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี
 
พูดอย่างชาวบ้านก็คือ แม้ในเวลาที่พระองค์ป่วย พระองค์ก็ยังคงทำงานเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขเพื่อราษฎร
 
ยิ่งไปกว่านั้น จากการไปทัศนศึกษาในครั้งนั้นทำให้ผมมีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงมากยิ่งขึ้น เพราะได้ไปเห็นกับตาตัวเองว่าภายในที่ประทับของพระองค์นั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่ราษฎรนอกรั้ววังฯ ก็มีกันทั้งประเทศ
 
โชคดีที่ทางโครงการฯ อนุญาตให้ถ่ายภาพได้บางส่วน ผมจึงขออนุญาตนำภาพถ่ายบางส่วนมาลงไว้ให้ชมกันนะครับ
 
ป.ล.
ทุกวันนี้ถึงแม้ว่าผมจะพ้นสภาพจากการเป็นนิสิตในโครงการฯ แล้ว แต่ก็ไม่เคยลืมว่าครั้งหนึ่งได้เคยร่วมในโครงการนี้ รวมทั้งมีโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการ "เข้าวังฯ" ด้วย และขอขอบคุณสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันอื่นๆ ทั่วประเทศในการร่วมกันจัดทำโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก อย่างน้อยก็ทำให้ผมได้ตระหนักว่า การทำบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การทำบุญด้วยการถ่ายทอดความรู้ไปยังผู้ไม่รู้ ก็หวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ประเทศจะได้มี "ครู" ที่มีความรู้และความสามารถเฉพาะด้านในการถ่ายทอดความรู้ไปยังเด็กและเยาวชนไทยรุ่นต่อๆ ไปครับ