ได้จังหวะสำรวจว่าวันที่ 24 ตุลาคม ของปีที่แล้วกับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว "บันทึกของหมีน้อย" ได้บันทึกเรื่องราวอะไรไว้บ้าง ก็ปรากฏว่าไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2538 หรือเมื่อ 12 ปีที่แล้วมีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ผมเกิดมา นั่นก็คือ "สุริยุปราคาเต็มดวง" (total solar eclipse) ก็เลยตกลงปลงใจว่าวันนี้จะขอบันทึกเรื่องนี้ไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์บนโลกไซเบอร์สืบไป…
 
ย้อนไปเมื่อ 12 ปีที่แล้ว (คาดว่าคนที่อ่าน Blog นี้เป็นประจำ ในขณะนั้นคงมีอายุไม่เกิน 7 ขวบ) คนที่ตื่นเต้นกับปรากฏการณ์นี้มากที่สุดมี 2 คน คือ พ่อผมกับตัวผมเอง อย่างแรก เป็นเพราะว่านี้เป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกภาพถ่ายไว้เป็นหลักฐานด้วย นัยว่าเอาไว้ให้ลูกๆ หลานๆ ได้ชมกัน เพราะสุริยุปราคาในครั้งนั้นเป็น "เกือบจะครั้งเดียวในชีวิต" ก็ว่าได้ ด้วยเพราะว่าตามคิวแล้วจะเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ซ้ำในประเทศไทยอีกครั้งก็คือ พ.ศ.2613 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดี อย่างที่สอง เป็นเพราะว่าผมเป็นคนที่หลงใหลกับปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อยู่แล้ว ยิ่งเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญจึงอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
 
สำหรับการดูสุริยุปราคาในวันนั้น เราเลือกเป้าหมายไว้ที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ส่วนสถานที่นั้นขอเก็บไว้เป็นความลับทางราชการ (อิอิ…) โดยไปกันทั้งบ้านครับ สาเหตุที่เลือกอำเภอชัยบาดาลเป็นเป้าหมายก็เพราะว่า แนวคราสส่วนที่ลึกเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทยพาดผ่านที่อำเภอนี้พอดี และสามารถเดินทางไป-กลับสะดวก ผมจำได้ว่าเราไปถึงกันตั้งแต่เช้าราวๆ 8 โมง ซึ่งตามคิวคราสจะพาดผ่านในเวลาประมาณ 10.52 น. ด้วยความเร็วหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้น เราจึงมีเวลาเหลือเฟือในการจัดเตรียมสถานที่สำหรับการสังเกต
 
ที่น่าประหลาดใจก็คือ ในวันนั้นเมฆน้อยมาก เรียกว่าธรรมชาติเป็นใจอย่างยิ่งครับ…
 
ในช่วงก่อนหน้าจะเกิดปรากฏการณ์ประมาณ 1 ชั่วโมง ได้มีการซักซ้อมการถ่ายภาพ พร้อมทั้งการฝึกความเคยชินกับอุปกรณ์ป้องกันสายตาซึ่งเราไปรับแจกมาจากท้องฟ้าจำลองในช่วงก่อนหน้านั้น ในช่วงประมาณครึ่งชั่วโมงสุดท้าย โลกเริ่มเคลื่อนเข้าสู่เงามัวของดวงจันทร์ ทำให้เห็นดวงอาทิตย์แหว่งไปเล็กน้อย ผมจำได้ว่าดวงอาทิตย์เริ่มแหว่งจากทิศ 13 นาฬิกา (นึกภาพดวงอาทิตย์เป็นหน้าปัดนาฬิกาแล้วจะเข้าใจ) แล้วยิ่งใกล้จุดไคลแมกซ์มากเท่าไร ดวงอาทิตย์ก็แหว่งมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็สังเกตเห็นกลุ่มดาวฤกษ์ซึ่งมีความสว่างระหว่าง -1 ถึง 1 บ้างแล้ว ตัวอย่างเช่น ดาวรวงข้าว เป็นต้น ซึ่งผมได้ชื่อมาจากแผนที่ดาวคู่ใจ โดยดาวฤกษ์ดวงนี้จะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกครั้งที่ผมเห็นดาวฤกษ์ดวงนี้ผมก็จะนึกถึงสุริยุปราคาครั้งนั้นอยู่เสมอครับ
 
ทางด้านสภาพแวดล้อมรอบข้างก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่น ดอกทานตะวันที่เริ่มก้มหน้าหนีแสงอาทิตย์ หรือแม้กระทั่งนกนานาชนิดที่ต่างก็เข้าใจว่าได้เวลากลับรังแล้วเช่นกัน ในขณะที่อากาศดูเหมือนจะเย็นลงเล็กน้อยด้วยครับ
 
จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร คือราวอึดใจเดียวก่อนที่ดวงอาทิตย์จะถูก "กลืน" จนหมดทั้งดวง ก็ได้สังเกตเห็นปรากฏการณ์ "ลูกปัดของเบลลี่" (Baily’s Beads) และปรากฎการณ์ "แหวนเพชร" ซึ่งสวยงามและน่าประทับใจมากๆ ครับ พลันที่ดวงอาทิตย์ถูกกลืนจนหมดทั้งดวง ก็จัดแจงถอดอุปกรณ์ป้องกันสายตาออก แล้วก็สังเกตปรากฏการณ์ด้วยตาเปล่าทันที สิ่งที่สังเกตได้ก็คือ "โคโรนา" หรือรังสีที่แผ่ออกรอบๆ ดวงอาทิตย์นั่นเอง ซึ่งสวยงามไปอีกแบบครับ
 
แต่ความประทับใจนั้นอยู่ได้ไม่นาน เราต้องรีบสวมอุปกรณ์ป้องกันสายตาอีกครั้ง เพราะดวงอาทิตย์เริ่มจะสว่างขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้วล่ะครับ สรุปว่าเป็นความคุ้มค่าสมกับการเตรียมการมาหลายวันก่อนหน้านั้นเป็นอย่างมากเลยครับ บอกได้เลยว่าใครที่พลาดการชมในครั้งนั้นอาจต้องเสียใจตลอดชีวิตก็ว่าได้
 
แต่ตอนนี้ผมขอไปค้นหารูปถ่ายที่ถ่ายไว้เมื่อ 12 ปีที่แล้วก่อนนะครับ หากว่าเจอแล้วจะนำมาแบ่งให้ท่านได้ร่วมรำลึกถึงปรากฏการณ์นี้พร้อมๆ กัน…