ปัญหาที่ว่านี้มาจากคำถาม "ระหว่างการอ่านหนังสือก่อนนอน กับการอ่านหนังสือหลังจากตื่นนอนแล้ว อย่างไหนจะมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน" ซึ่งผมทิ้งท้ายเอาไว้ใน Blog เรื่อง "การจำกับการลืม" โดยสิ่งที่ผมจะเฉลยในที่นี้จัดว่าเป็นปัญหาทางปรัชญานะครับ คือ ไม่ใชคำตอบที่ถูกต้องที่สุด แต่ก็จัดว่าเป็นคำตอบหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้ครับ เพราะเรื่องนี้มีทฤษฎีที่อธิบายได้หลายทฤษฎีทีเดียว
 
ทั้งนี้ หากเรามองจากทฤษฎีการจำแล้วจะพบว่า ในการเรียนรู้นั้นจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้นจะต้องมี "ขั้นพัก" หรือการเว้นช่วงการฝึกฝนด้วย นั่นหมายความว่า หลังจากอ่านหนังสือจบแล้วจึงค่อยเข้านอน เพราะช่วงนี้สมองจะถูกรบกวนน้อยที่สุด ซึ่งการจำจะคงอยู่ได้นาน หนำซ้ำการนอนยังช่วยให้สมองจัดระเบียบความคิดได้ดียิ่งขึ้นด้วย ซึ่งในบางครั้งเราอาจจะพบว่าก่อนนอนเราอาจขบคิดปัญหาบางปัญหาไม่ได้เสียที แต่เมื่อเราเข้านอนแล้วและเมื่อตื่นนอนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง (ไม่ว่าในระหว่างการนอนนั้นจะเกิดความฝันหรือไม่ก็ตาม แต่ทฤษฎีความฝันก็บอกเราเช่นกันว่า ถึงแม้ว่าเราจะจำไม่ได้ว่าเกิดความฝันขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้เกิดความฝัน) เรามักจะแก้ปัญหาที่เราแก้ไม่ได้อยู่เสมอ ซึ่งตัวผมเองเป็นแบบนี้อยู่บ่อยมากจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
 
ส่วนอีกทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่า การเรียนรู้หลังจากการตื่นนอนใหม่ๆ จะมีประสิทธิภาพมากกว่า เนื่องจากการที่สมองได้รับการจัดระเบียบข้อมูลต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาเมื่อวันวานเรียบร้อยแล้ว จึงพร้อมต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ทันที ซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้ง 2 ทฤษฎีมีความแตกต่างกันตรงที่ทฤษฎีแรกจะเน้นว่าความจำมีผลต่อการเรียนรู้ ในขณะที่ทฤษฎีหลังจะเน้นว่าการจัดระเบียบข้อมูลในสมองมีผลต่อการเรียนรู้ แต่อย่างไรก็ตาม หากเรามองอย่างลึกซึ้งแล้วจะพบว่าทฤษฎีหลังก็มีส่วนคล้ายคลึงกับทฤษฎีแรกตรงที่การจัดระเบียบข้อมูลในสมองมีผลต่อการเรียนรู้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
นี้เองจึงเป็นคำตอบของปัญหาที่ว่า ทำไมการนอนไม่พอจึงส่งผลต่อการเรียนรู้ และเด็กๆ จึงมักถูกบังคับจากผู้ปกครองให้เข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อให้มีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอวันละ 8-9 ชั่วโมงต่อวันนั่นเอง
 
หวังว่า Blog ในวันนี้คงจะให้แง่คิดกับท่านบ้างไม่มากก็น้อยในเรื่องของการทบทวนหนังสือในช่วงเวลากลางคืน และนำไปประยุกต์ใช้กับตัวเองได้พอสมควรนะครับ…