ผมเคยเขียนถึงมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ซึ่งจังหวัดนครราชสีมาเป็นเจ้าภาพมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่ผ่านมา ในครั้งนั้นผมเขียนตำหนิถึง "การถ่ายทอดสด" พิธีเปิดว่าเป็นการถ่ายทอดสดโฆษณาเสียมากกว่าจะเป็นการถ่ายทอดสดสาระของการแสดงต่างๆ ที่มีอยู่ 6 (หรือ 8 จำไม่ได้) ชุดด้วยกัน ในวันนี้ก็คงจะขอเขียนถึงอีกสักครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้เขียนถึงพิธีปิดแต่อย่างใดครับ เพราะมาตรฐานของการถ่ายทอดสดพิธีเปิดเป็นอย่างไร การถ่ายทอดสดพิธีปิดก็ยังคงเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าชุดการแสดงจะสวยสดงดงามเพียงใดก็ตาม
 
สิ่งที่ผมจะเขียนถึงก็คือ ข่าวคราวการโกงการแข่งขันที่มีมาอย่างต่อเนื่องภายหลังการแข่งขันเสร็จสิ้นลงนั่นเอง ผมคิดว่าเป็นมาตรฐานของซีเกมส์ด้วยซ้ำไปที่เมื่อการแข่งขันจบลงทีไรก็มักจะตบท้ายด้วยการ "จุดประทัด" ไล่หลังจากบรรดา "แขกรับเชิญ" แทบทุกครั้ง ก็เลยกลายเป็นว่าปรัชญาของซีเกมส์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 48 ปีที่แล้วในนามของกีฬาแหลมทอง ที่พัฒนาไปเป็นกีฬาเซียพเกมส์ (SEAP Games) และกลายเป็นซีเกมส์ (SEA Games) ในทุกวันนี้ถูกละเลยอย่างสิ้นเชิง การแข่งขันเพื่อสปิริตถูกแปรไปเป็นการแข่งขันเพื่อ "ชื่อเสียง" และ "ผลประโยชน์" ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้ง "เจ้าภาพ" และ "แขกรับเชิญ" จะได้รับเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง
 
นี่ยังไม่รวมถึงกรณีการถอนทีมตะกร้อของทีมชาติมาเลเซียในระยะกระชั้นชิดก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่วันด้วยเหตุผลที่สุดแสนจะงี่เง่า (ซึ่งคุณก็คงจะพอทราบจากสื่อมวลชนแล้ว) และที่น่าเกลียดมากที่สุดก็คือ การถอนทีมตะกร้อของทีมชาติเมียนมาร์ในช่วงระหว่างการแข่งขัน และล่าสุดทางสหพันธ์กีฬาตะกร้อแห่งเอเชียก็ได้มีมติห้ามทีมตะกร้อเมียนมาร์เข้าแข่งขันที่จัดโดยสหพันธ์ฯ ตลอดไป หรือแม้แต่กรณีการประท้วงเงียบของทีมมวยสากลสมัครเล่นชายของประเทศฟิลิปปินส์ หลังจากที่ทีมมวยสากลสมัครเล่นหญิงของตัวเองปราชัยให้กับทีมมวยสากลสมัครเล่นหญิงของประเทศไทยไปอย่างราบคาบ
 
ผมคิดว่าเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ก็ไม่ควรจะมีอีกต่อไปครับ เพราะว่าทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้คำนึงถึงปรัชญาที่แท้จริงของการแข่งขันเลย การแข่งขันแต่ละครั้งที่ถูกจัดขึ้นก็เพราะว่ามันเป็น "ประเพณี" ที่ต้องจัดกันทุกๆ 2 ปี เหมือนกับบางมหาวิทยาลัยที่มีกิจกรรม "ขายของ" ในช่วงวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยของทุกๆ ปี ที่ในช่วงหลังๆ ขนาดของงานก็เล็กลงทุกทีๆ จนกระทั่งมีเสียงซุบซิบออกมาว่า เป็นประเพณีที่ต้องจัด ไม่จัดก็ไม่ได้ด้วย เพราะกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมเพื่อหารายได้ให้มหาวิทยาลัยได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่ากิจกรรมอื่นๆ
 
อย่างไรก็ตาม ผมฝันไปว่าสักวันหนึ่งในอนาคต กีฬาซีเกมส์จะต้องไม่เป็นกิจกรรมที่ "ต้อง" จัดอีกต่อไป และข้อสำคัญก็คือ เราต้องไม่ลืมปรัชญาของการแข่งขันเพื่อสปิริต เพื่อการพัฒนาวงการกีฬาของชาติสมาชิกสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ แล้วในที่สุดก็จะพัฒนาไปสู่วงการกีฬาระดับโลกต่อไปครับ