เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ไปทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในชื่อ CU-TEP มาครับ ก็เลยจะมาเล่าประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ ในการไปสอบในครั้งนี้ เพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลสำหรับคนอื่นๆ ที่อยากจะลองวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของตัวเองครับ
 
ตัวผมเองได้ไปสอบที่อาคารมหิตลาธิเบศร ชั้น 3 ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งไปถึงก่อนเวลามากพอสมควรเพื่อจะได้ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ครับ สำหรับการสอบนั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 9.00 น. แต่อันที่จริงแล้วเขาจะอนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบได้ในเวลาประมาณ 8.45 น. เพื่อฟังคำชี้แจงในการกรอกกระดาษคำตอบซึ่งเป็นกระดาษคอมพิวเตอร์ครับ
 
การสอบ CU-TEP นั้นจะใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง โดยมีข้อสอบทั้งหมด 3 ส่วน รวมทั้งสิ้น 120 ข้อ (ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก) โดยมีโครงสร้างดังนี้
 
ส่วนที่ 1 การฟัง (Listening) มีทั้งหมด 30 ข้อ ใช้เวลาในการสอบจนกว่าเทปจะสิ้นสุด (ซึ่งตกประมาณ 30 นาที) โดยจะมีบทสนทนาทั้งแบบสั้นและแบบยาว รวมทั้งบทพูดสั้นๆ (short talks) หน้าที่ของผู้เข้าสอบก็คือ ต้องฟังเสียงจากเทป แล้วตอบคำถามที่กำหนดให้ โดยเทปจะเปิดให้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
 
ส่วนที่ 2 การอ่าน (Reading) มีทั้งหมด 60 ข้อ ใช้เวลาในการสอบ 70 นาที โดยจะประกอบไปด้วยเนื้อเรื่องมาให้อ่าน ทั้งแบบยาวและยาวมาก ลักษณะข้อสอบคล้ายๆ กับข้อสอบเอ็นทรานซ์วิชาภาษาอังกฤษนะครับ แต่จะมีความยากในแง่ของศัพท์ที่ใช้ โดยเฉพาะเนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์นั้นจะใช้ศัพท์ที่ค่อนข้างยากทีเดียว
 
ส่วนที่ 3 การเขียน (Writing) มีทั้งหมด 30 ข้อ ใช้เวลาในการสอบ 30 นาที โดยข้อสอบจะให้ประโยคยาวๆ มาให้ แล้วกำหนดตัวเลือก 1, 2, 3, 4 มาให้ตาม part of speech หน้าที่ของเราก็คือ การหาจุดผิด (error detecting) ทั้งในแง่ของการใช้ tense การใช้คำขยายต่างๆ ในแต่ละข้อครับ
 
การสอบในครั้งนี้ผมบอกได้เลยว่า เป็นการสอบที่วัดความรู้ของตัวเองอย่างแท้จริงครับ เพราะไม่ได้มีการเตรียมตัวมากมายเท่าไหร่ อย่างดีก็แค่ศึกษาแนวข้อสอบเท่านั้น ไม่เคยคิดจะเสียเงินมากมายเพื่อไปติว แล้วก็เอาไปสอบแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากออกจากห้องสอบแล้วทำให้ทราบว่า ผมมีจุดอ่อนในเรื่องการอ่าน ไม่ใช่เพราะว่าอ่านไม่รู้เรื่องนะครับ แต่เป็นเพราะว่าคำศัพท์ที่ใช้นั้นค่อนข้างยาก ดังนั้น ผมจึงใช้กลยุทธ์ส่วนตัวในการเดาความหมายจากบริบท จึงทำให้เอาตัวรอดไปได้พอสมควร
 
ในขณะที่การเขียนนั้น ผมทำได้ดีมากทีเดียว เพราะผมเองถนัดเรื่อง structure อยู่แล้ว จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับการเขียน แต่สำหรับการฟังนั้นผมค่อนข้างดีใจ เนื่องจากว่าทำได้ดีเกินคาด เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องการฟังเท่าไหร่ครับ
 
สำหรับคนที่จะไปสอบนั้น ผมคงไม่แนะนำอะไรมาก เพียงแต่อยากจะบอกว่า อยากให้ทดสอบจากความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง ทำได้เยอะหรือไม่ ไม่สำคัญ การศึกษาจากแนวข้อสอบจะทำให้ได้ทราบว่าลักษณะข้อสอบจะเป็นอย่างไร ผมอยากให้เตรียมตัวตรงจุดนั้นมากกว่าที่จะเสียเงินเสียทองไปติว ถึงอย่างไรก็ต้องอาศัยการฝึกฝนอยู่ดี ไม่ใช่ว่าติวแล้วจะได้คะแนนเยอะขึ้น ซึ่งไม่น่าจะเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องครับ