เป็นความเชื่อและข้อเท็จจริงที่ทราบกันมานานแล้วนะครับว่า แมวนั้นมีชีวิตที่อิสระมากพอสมควรในบรรดาสัตว์เลี้ยงด้วยกัน โดยเราสังเกตได้จากพฤติกรรมที่ไม่มันไม่ต้องการการเอาใจจากเจ้าของมากนัก ชีวิตส่วนใหญ่ในแต่ละวันขึ้นอยู่กับการนอนและการออกเที่ยวเตร่ในเวลาค่ำคืน บางครั้งเราอาจพบว่าแมวหายตัวไปจากบ้านได้เป็นวันๆ และมันอาจกลับบ้านอีกครั้งเมื่อมันหิวหรือเมื่อมันเบื่อ อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมเหล่านี้พบในแมวที่โตเต็มที่แล้วเท่านั้นนะครับ ไม่ได้รวมถึงลูกแมวเลย
 
ความอิสระของชีวิตแมวนั้นไม่ได้หมายความว่า เราไม่ต้องคอยเอาใจใส่มันนะครับ เราต้องไม่ลืมว่าแมวก็มีชีวิต มีความรู้สึกเหมือนกับมนุษย์เช่นกัน ในความเป็นอิสระของแมวนั้นทำให้ชีวิตมันต้องต่อสู้อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น แมวจึงมีเอกลักษณ์ที่เหมือนๆ กันในทุกสายพันธุ์ซึ่งก็คือ "การเก็บความรู้สึก" นั่นเอง ความรู้สึกที่ว่านี้เป็นความรู้สึกในทุกรูปแบบ เจ้าของแทบจะไม่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของแมวได้เลย แต่ถ้าเจ้าของมีประสบการณ์ในการอ่านลักษณะภายนอกที่แสดงออกมา เช่น ลักษณะการชี้หรือการแกว่งของหาง ท่าทางการยืน เป็นต้น ก็จะพอให้เราประเมินความรู้สึกของแมวได้บ้าง
 
เมื่อพูดถึงเจ้าตัวเล็กของผมในเรื่องความอิสระนั้น ผมพบว่าในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา มันเริ่มมีความอิสระในชีวิตมากขึ้น แทนที่วันๆ หนึ่งจะมีชีวิตขึ้นอยู่กับ "แม่ดำ" ของมัน มันก็เลือกที่จะใช้ชีวิตอิสระของตัวเอง โดยการเลือกมุมนอนหลับที่เงียบสงบยาวเกือบทั้งวัน จะได้เห็นหน้าเห็นตากันบ้างก็ช่วงมื้อเย็นเมื่อมันเกิดความหิวนั่นเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของแมวเต็มวัยอยู่แล้วที่ใช้ชีวิตแบบนี้ ผมเองก็รู้สึกดีใจที่มันโตเป็นแมวสาวเต็มตัวแล้ว เพราะนั่นแสดงว่าเราได้ประคับประคองชีวิตน้อยๆ ให้อยู่รอดได้แล้วอย่างน้อย 1 ปี
 
ถึงอย่างไร ผมก็ยังอดห่วงไม่ได้ว่าในความอิสระของมันนั้นจะทำให้ชะตาชีวิตของมันต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะในละแวกบ้านผมเป็นชุมชนค่อนข้างใหญ่ หลายบ้านมีสัตว์เลี้ยงไว้ในครอบครองโดยเฉพาะแมวกับสุนัข มันกับแม่ดำก็อาจถูก "ตีเมืองขึ้น" ได้ทุกเมื่อ ทั้งนี้ ผมก็ยังไว้วางใจในความเป็น "ขิงแก่" ของแม่ดำที่จะสามารถจัดการกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเรียบร้อยครับ