มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติที่เรารู้จักกันในนาม "โอลิมปิก" สมัยใหม่นั้นจัดกันมาแล้ว 28 ครั้ง และในปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 29 แต่เป็นครั้งที่ 3 ที่ประเทศในเอเชียได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน หลังจากที่กรุงโตเกียว ของราชอาณาจักรญี่ปุ่น และกรุงโซล ของสาธารณรัฐเกาหลี ได้เคยเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬานี้มาแล้ว โดยการจัดการแข่งขันครั้งนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนโดยกรุงปักกิ่งได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโดยการคัดเลือกในที่ประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) เมื่อ 8 ปีที่แล้วครับ
 
สำหรับประเทศไทยนั้นถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้รับเกียรติอันสูงส่งเช่นนี้ แต่ประเทศไทยก็มีส่วนร่วมในมหกรรมกีฬานี้มาแล้วติดต่อกันหลายสมัย นับตั้งแต่ "พเยาว์ พูลธะรัตน์" ผู้ล่วงลับ และ "ขาวผ่อง สิทธิชูชัย" ได้บุกเบิกศักยภาพทางการกีฬาของชาวไทยสู่สายตาชาวโลกเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าชาวไทยต้องรอกว่า 20 ปีกว่าที่ "สมรักษ์ คำสิงห์" จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวไทยคนแรกที่ได้เหรียญทองจากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ณ เมืองแอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ.2539 และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ประเทศไทยก็ไม่เคยว่างเว้นจากการได้รับเหรียญทองอีกเลยจนถึงทุกวันนี้
 
ผลงานของนักกีฬาไทยในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกประสบความสำเร็จสูงสุด เมื่อครั้งที่ 28 ซึ่งกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ต้นกำเนิดกีฬาโอลิมปิกยุคใหม่เป็นเจ้าภาพ โดยนักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ถึง 3 เหรียญทอง จากกีฬามวยสากลสมัครเล่น 1 เหรียญทอง กับ 1 เหรียญเงิน และกีฬาม้ามืดอย่าง "ยกน้ำหนักหญิง" ซึ่งประสบความสำเร็จสูงสุดในการแข่งขันคราวเดียวกัน คือ 2 เหรียญทอง กับ 2 เหรียญทองแดง รวมทั้งกีฬา "เทควันโด้" จากน้องวิว (ขวัญใจของผม) ที่ได้ 1 เหรียญทองแดง ทั้งๆ ที่เธอน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าถูกโกง และได้มีการประท้วงแต่ไม่สำเร็จ
 
สำหรับโอลิมปิกครั้งที่ 29 ซึ่งกำลังจะรูดม่านลงในวันพรุ่งนี้ แต่คิวของนักกีฬาไทยที่จะลงแข่งขันนั้นเหลือเพียง 2 รายการเท่านั้น คือ มวยสากลสมัครเล่น รอบชิงชนะเลิศ ของมนัส บุญจำนงค์ กับสมจิตร จงจอหอ และผลล่าสุดก็ปรากฏว่า "สมจิตร" สามารถเอาชนะตัวเองได้สำเร็จหลังจากที่รอคอยมานานกว่า 10 ปี ในขณะที่ "มนัส" นั้นพลาดท่าพ่ายให้กับนักชกจากประเทศโดมินิกันแบบขาดลอย แต่อย่างไรก็ตาม จากผลงาน 1 เหรียญทอง กับ 1 เหรียญเงิน ในวันนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์ถึง 2 เรื่องด้วยกัน คือ
 
1) มนัส บุญจำนงค์ เป็นนักกีฬาไทยคนแรกและคนเดียวที่สามารถคว้าเหรียญในกีฬาโอลิมปิกได้ 2 สมัยติดต่อกัน
2) สมจิตร จงจอหอ เป็นนักกีฬาไทยคนแรกและคนเดียวที่รับใช้ทีมชาติไทยมาอย่างยาวนานถึง 3 สมัยติดต่อกัน
 
นอกจากมวยสากลสมัครเล่นแล้ว มิพักต้องพูดถึงกีฬาม้ามืดชนิดอื่นๆ เช่น ยิงเป้าบิน ยิงปืน กรีฑา จักรยาน ฯลฯ ซึ่งผ่านเข้ามามีส่วนร่วมในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติในครั้งนี้ได้เป็นครั้งแรก และสามารถทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะ "ยิงเป้าบิน" ของ "น้องณี" สุธิยา จิวเฉลิมมิตร (ขวัญใจของผมอีกแล้ว (^_^")) นั้นสามารถทำผลงานในรอบคัดเลือกได้ดีมาก โดยเข้ามาเป็นอันดับที่ 2 แต่ก็พลาดท่าในรอบชิงชนะเลิศ โดยได้เพียงอันดับที่ 5 เท่านั้น (เสียดายแทน) และที่สำคัญก็คือ ต้องพูดถึง "เทควันโด้" ซึ่งทำผลงานได้ดีที่สุดเท่าที่ผ่านๆ มา โดย "น้องสอง" บุตรี เผือดผ่อง (ขวัญใจของผมอีกเหมือนกัน) สามารถผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก และทำได้ดีที่สุด คือ เหรียญเงิน ซึ่งหลายๆ ฝ่ายก็จับตามองว่าน้องสองจะเป็นตัวเต็งในการล่าเหรียญทองในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งต่อไปซึ่งกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เป็นเจ้าภาพครับ
 
อย่างไรก็ตาม ยังมีกีฬาอีก 2 ชนิดที่ผมรู้สึก "ผิดหวัง" อย่างแรงในการแข่งขันคราวนี้ คือ เทนนิส และแบดมินตัน ที่ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ตัวเองเคยทำไว้หลายเท่า โดยเฉพาะ "พี่แมน" บุญศักดิ์ พลสนะ ซึ่งก็เป็นขวัญใจของผมอีกเหมือนกัน โดยเมื่อโอลิมปิกครั้งที่ผ่านมาสามารถทำได้ดีที่สุด คือ อันดับที่ 4 เพราะแพ้มืออันดับ 1 ของโลก (มีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ผมเลยไม่เอาเรื่อง) แต่คราวนี้ใครที่ได้ชมการถ่ายทอดสดแล้วต้องบอกว่า "ผิดหวังที่สุด" เพราะเล่นได้ห่วยแตกที่สุด แม้กระทั่งท่านนายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย คือ ศาสตราจารย์ เจริญ วรรธนะสิน ยังออกมาตำหนิอีกต่างหาก
 
แต่ทั้งนี้ ก็ยังอยากให้คนไทยคิดว่ามันคือเกมกีฬา ซึ่งก็ย่อมมีแพ้มีชนะบ้างคละเคล้ากันไปครับ ดังนั้น ถึงแม้ว่าการแข่งขันจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่อย่างน้อยที่สุดนักกีฬาทุกคนก็ได้รับประสบการณ์อันทรงคุณค่า ได้รู้จักกับเพื่อนนักกีฬาที่มีความถนัดคล้ายๆ กัน รวมทั้งได้มีโอกาสทดสอบ "ใจ" ของตนเองอย่างที่ "สมจิตร จงจอหอ" ทำได้แล้ว และถือเป็นการปิดฉากชีวิตนักมวยสากลสมัครเล่นในนามทีมชาติไทยของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
 
แล้วพบกันใหม่ใน ลอนดอนเกมส์ 2012 ครับ…!!
 
*** ท่านสามารถรับฟังเพลง "ชัยชนะ" ซึ่งขับร้องโดย ป๊อด โมเดิร์นด๊อก และ "สันติ ลุนเผ่" นักร้องรุ่นลายครามเจ้าของเสียงร้องเพลงปลุกใจทั้งหลายที่วัยรุ่นยุคนี้แทบจะไม่ได้ยินกันแล้ว รวมถึงเพลงพระราชนิพนธ์ "ความฝันอันสูงสุด" ที่ใครได้ยินเสียงต้นฉบับจากคุณสันติแล้ว ต้องรู้สึกขนลุกซู่กันทุกคน ***
 
30045312-01   551000009793201   551000010772201   Manas_12082006_01   butree