การประชุมวิชาการ International e-Learning Conference 2008 เป็นการประชุมวิชาการนานาชาติด้าน e-Learning ครั้งสำคัญซึ่งประเทศไทยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเลยนะครับ วัตถุประสงค์หลักของงานก็คือ การนำเสนองานวิจัยเชิงประยุกต์ e-Learning ต่อการศึกษาในรูปแบบปัจจุบันโดยเน้นในระดับอุดมศึกษา เพราะงานนี้จัดโดยโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย (Thailand Cyber University: TCU) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ นั่นเอง รวมถึงมีการปาฐกถาในหัวข้อที่น่าสนใจจากองค์ปาฐกรับเชิญจากทั่วทุกมุมโลก และการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับนวัตกรรมทางด้าน e-Learning ของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมากมาย
 
โดยในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 พฤศจิกายน พ.ศ.2551 ณ อาคาร 9 ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี บรรยากาศในวันแรก การประชุมวิชาการเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ณ ห้อง Grand Diamond Ballroom โดย ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการ สกอ. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีแทนนายกรัฐมนตรี จากนั้นจึงเป็นปาฐกถาพิเศษจากองค์ปาฐก 4 ท่าน ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ กล่าวโดยสรุปก็คือ ข้อดีของระบบ e-Learning เอง คือ ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ทำให้การใช้ e-Learning มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี นอกจากนั้นแล้วบทบาทของครูต่อระบบ e-Learning ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน นอกจากนั้นแล้วก็มีการเล่าถึงประสบการณ์และความสำเร็จของการใช้ระบบ e-Learning ในบางประเทศด้วย เช่น Sloan Consortium ในประเทศอังกฤษ เป็นต้น
 
สำหรับการประชุมในช่วงบ่าย เป็นการประชุมกลุ่มย่อยตามความสนใจของผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละคน เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 14.00 น. (กำหนดการในช่วงบ่ายเกิดความล่าช้าขึ้น เพราะมีความล่าช้าเกิดขึ้นตั้งแต่พิธีเปิดในช่วงเช้าแล้ว) ซึ่งกว่าการประชุมในช่วงบ่ายจะเสร็จสิ้นก็เกือบๆ 17.30 น. แล้วครับ
 
ต่อมาการประชุมในวันที่สอง เริ่มต้นช้ากว่ากำหนดการอีกเช่นเคยครับ แต่หัวข้อการประชุมใหญ่ยังมีความน่าสนใจเหมือนเดิม โดยในวันที่สองนี้องค์ปาฐกเป็นชาวต่างประเทศทั้งสิ้นครับ และสาระสำคัญของการประชุมใหญ่ในวันนี้ก็ได้ย้ำถึงบทบาท การกำหนดวิสัยทัศน์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง พฤติกรรมของผู้เรียน และประการสำคัญก็คือ วิธีการประเมินผลและการประกันคุณภาพผู้เรียนซึ่งเรียนรู้ผ่านระบบ e-Learning ในยุค 2.0 ซึ่งหมายถึง ระบบ e-Learning ที่พัฒนาบนพื้นฐานของมาตรฐาน Web 2.0 นั่นเอง
 
ทั้งหมดนี้ก็คือ การประชุมใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่สองครับ สำหรับการประชุมกลุ่มย่อยในช่วงบ่าย ผมไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วมครับเนื่องจากต้องไปปฏิบัติภารกิจต่อที่อื่น (ซึ่งเป็นความตั้งใจแรก แต่ผมก็ไม่ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจทีอื่นตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งผมจะเขียนถึงในตอนท้ายๆ ของ blog ครับ)
 
สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไป ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เป็นครูในโรงเรียนและเป็นอาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศครับ สถานที่จัดการประชุมก็มีความหรูหราพอสมควร แต่ผมขอติงอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน
 
เรื่องแรก…ระบบปรับอากาศทำงานดีเกินไปครับ ผมสังเกตเห็นผู้เข้าร่วมประชุมหลายท่านออกอาการไม่สบาย และต้องลุกออกไปด้านนอกห้องประชุมบ่อยครั้ง
 
เรื่องที่สอง…ในช่วงบ่ายของวันที่สอง มีการแจกประกาศนียบัตร (Certificate of Participation) ให้กับผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน โดยให้ผู้เข้าร่วมประชุมไปรับประกาศนียบัตรนี้ได้ที่จุดลงทะเบียน หมายเลข 1 บริเวณทางเข้าอาคารหอประชุม ก็ปรากฏว่ามีความผิดพลาดในการสะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษของผู้เข้าร่วมประชุมหลายท่าน (ซึ่งก็รวมทั้งของผมเองด้วย) จนต้องมีการนำกลับไปแก้ไขใหม่ แต่ระบบการแก้ไขนั้นล่าช้ามากครับ โดยผู้เข้าร่วมประชุมหลายท่านต้องรอรับประกาศนียบัตรที่แก้ไขแล้วนี้เป็นเวลานานราวๆ 3 ชั่วโมง หลังจากการประชุมใหญ่ในช่วงเช้าเสร็จสิ้น ผลก็คือ ผมเองก็ไม่ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจต่อที่อื่น เพราะกว่าจะได้รับประกาศนียบัตรก็เกือบๆ 16.00 น. แล้ว
 
ทั้งหมดนี้ก็คือบรรยากาศของการประชุมวิชาการ IEC 2008 เมื่อวันที่ 20-21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาครับ สำหรับคิวงานเพิ่มเติมที่ผมวางแผนไว้ก็คือ ในช่วงระหว่างวันที่ 26-30 พฤศจิกายน จะไปร่วมงานงานจุฬาฯ วิชาการ 2008 และในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน จะมีงานมหกรรมการศึกษานานาชาติ (OCSC International Education Expo 2008) ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงานนี้จะเป็นมหกรรมทางด้านการศึกษาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปีที่ผมตั้งใจว่าจะไปร่วมให้ได้ครับ