เป็นประเพณีที่สืบเนื่องมายาวนานแล้วนะครับที่ศิษย์เก่า "โรงเรียนชลประทานวิทยา" จะได้กลับไปเยี่ยมเยียนสถานศึกษาที่น่าภาคภูมิใจของเรา ในวันที่ 4 มกราคม ของทุกๆ ปี ซึ่งการกลับไปเยี่ยมเยียนสถานศึกษาของเรานี้ แท้ที่จริงแล้วก็คือการที่ได้กลับไป "ไหว้ครู" ซึ่งได้มอบวิชาความรู้และอบรมในเรื่องต่างๆ มากมายนั่นเอง และไม่ว่าวันที่ 4 มกราคม จะตรงกับวันใดของสัปดาห์ในปีนั้นๆ ก็ถือเป็นภารกิจอันสำคัญที่จะลืมเสียมิได้เลยทีเดียวครับ
 
ในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมได้กลับไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนอีกครั้งหลังจากเมื่อปีที่แล้วไม่ได้กลับไป เนื่องจากติดภารกิจสำคัญที่มหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม การกลับไปในรอบ 2 ปีครั้งนี้ของผมทำให้ได้เห็นความเจริญก้าวหน้าของโรงเรียนมาเป็นลำดับ ไม่ว่าจะเป็นในด้านกายภาพ ด้านการเรียนการสอน หรือแม้กระทั่งด้านบุคลากรของโรงเรียนเอง ก็ถือว่าเป็นความเจริญก้าวหน้าที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะรุ่นน้องๆ จะได้มีสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่น่าจะเอื้อต่อการเรียนมากยิ่งขึ้น
 
สำหรับตัวผมแล้ว ถึงแม้ว่าจะจากโรงเรียนนี้มาแล้วกว่า 6 ปี แต่ความทรงจำในบรรยากาศเก่าๆ ยังคงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมครับ การได้กลับไปในแต่ละครั้ง นอกจากจะไปไหว้ครูแล้วก็ยังไปเพื่อระลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ อีกด้วย และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ การได้กลับไปเจอกับเพื่อนเก่าๆ หรือแม้กระทั่งรุ่นน้องที่ห่างรุ่นกันไม่มากนัก และรักใคร่ชอบพอกันพอสมควร
 
ทั้งนี้ ในปีนี้ออกจะมีความพิเศษก็ตรงที่ ผมได้กลับไปเพื่อประกาศ "ความสำเร็จขั้นต้น" ในการเรียนระดับอุดมศึกษาให้ครูบาอาจารย์ได้รับทราบกัน ซึ่งส่วนมากก็ได้ถามถึงสิ่งที่อยากจะทำต่อไป ผมก็ตอบไปอย่างไม่ลังเลว่า คิดที่จะเรียนต่อในระดับสูงขึ้น และพยายามเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ
 
แต่ที่น่าจดจำมากที่สุดก็คือ ครูวิลาวัณย์ (ครูแอ๊ด) กับครูประพิณพร (ครูพร) ซึ่งเคยสอนวิชาคอมพิวเตอร์ สมัยประถมปลาย-มัธยมต้น ได้ออกปากชมเชยถึงเรื่องที่ผมได้จัดทำเว็บไซต์ "คณิตศาสตร์บนเว็บไซต์" ขึ้น แล้วยังถามด้วยว่าเมื่อไรจะเรียบเรียง e-Book ที่เหลืออีก 2 เล่มให้เสร็จ? ผมก็ตอบไปอย่างไม่แน่ใจ (จริงๆ) ว่า ภายในปีนี้น่าจะเรียบร้อยครับ รวมทั้งยังมีครูอีกหลายท่านที่ "คิดถึง" ผม ซึ่งดูท่าทางท่านก็ดีใจที่เห็นผมกลับไป และยินดีกับความสำเร็จของผมด้วย
 
สำหรับผมแล้ว… ไม่ว่าจะอย่างไรก็จะไม่ลืมโรงเรียนแห่งนี้เป็นอันขาดครับ เพราะที่แห่งนี้ได้มอบอะไรหลายๆ อย่างให้กับผม ไม่ว่าจะเป็นวิชาความรู้ แรงบันดาลใจ หรือแม้กระทั่งความมีระเบียบวินัย (ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กยุคนี้ขาดมากๆ ครับ) ในด้านวิชาความรู้นั้นถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนที่เกลียดวิชาศิลปะจนถึงกับประกาศไม่เผาผีกันแล้วตลอดชีวิต แต่ถึงวันนี้ผมก็ต้องใช้ความรู้นั้นพอสมควร หรือแม้กระทั่งวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นยาขมของใครหลายๆ คน ผมก็ได้ค้นพบว่า สิ่งนี้แหละคือสิ่งที่เหมาะสมกับผมที่สุด และถึงแม้ว่าในช่วงชีวิตหนึ่งผมเกือบจะเลิกเรียนวิชาคณิตศาสตร์ไปเลย แต่ในที่สุดวันและเวลาก็พิสูจน์แล้วว่า ผมตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเดินบนเส้นทางของ "คนที่ยึดมั่นในเหตุ-ผล และความมีระเบียบแบบแผน" ครับ
 
ส่วนในเรื่องแรงบันดาลใจนั้น หลายเรื่องมีผลมาจากวิชาความรู้ที่ผมได้รับจากที่แห่งนี้นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจเลือกเรียนคณิตศาสตร์ในระดับอุดมศึกษา ผมบอกได้เลยว่า จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอยู่ในขณะที่ผมเรียนอยู่ ม.3 ซึ่งในขณะนั้นครูศิริพร มามาตร เป็นผู้สอนครับ หรือแม้กระทั่งการอุทิศตัวเพื่อการเรียนคณิตศาสตร์ของคนไทยโดยการจัดทำเว็บไซต์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางด้านนี้ซึ่งเน้นระดับ ม.ปลาย ก็ได้แรงบันดาลใจจากครูหลายๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นครูสุจิรา ช้างสำลี ซึ่งเคยสอนคณิตศาสตร์ ม.5-ม.6 รวมถึงครูวนิดา กลันตรานนท์ ซึ่งเคยสอนสังคมศึกษา ป.4 (ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง), ม.5-ม.6 ผมได้แบบอย่างการเป็น "ครู" จากครูทั้งสองท่านมากทีเดียว และมิพักต้องเอ่ยถึงครูอภิศักดิ์ ซิ้มประเสริฐ ผู้ล่วงลับไปแล้วที่เคยสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ม.4-ม.5 ซึ่งผมได้แรงสนับสนุนและแรงบันดาลใจในการใช้ความรู้ทางคอมพิวเตอร์มาสร้างคุณประโยชน์ให้กับคนไทย
 
มาถึงบรรทัดนี้… คุณผู้อ่านคงเห็นแล้วว่า โรงเรียนแห่งนี้มีความสำคัญกับชีวิตของศิษย์เก่าคนนี้มากเพียงใด และผมขอสัญญาว่า ไม่ว่าผมจะร่ำเรียนสูงส่งจนมีความรู้มากมายเพียงใดก็ตาม แต่ผมก็จะไม่มีวันลืมการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ผมได้รับจากโรงเรียนชลประทานวิทยาแห่งนี้ และไม่ว่าผมจะไปอยู่ ณ ที่แห่งใดบนโลกใบนี้ ผมก็จะนำชื่อของโรงเรียนนี้ติดตัวผมไป เหมือนๆ กับที่ผมได้นำชื่อของมหาวิทยาลัยที่ผมสำเร็จการศึกษามา ติดตัวผมไปตลอดครับ…
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง