ก่อนอื่นคงต้องขอแสดงความยินดีกับ "ตัวเอง" ที่สำเร็จการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง รุ่นที่ 34 ครับ ผมเองเข้ามาศึกษาที่ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปีการศึกษา 2548 ด้วยอุบัติเหตุ "ครั้งใหญ่" ซึ่งผมมักเล่าให้ใครต่อใครฟังว่า มันเป็นการ "กลัดกระดุมผิด" เมื่อกลัดเม็ดแรกผิด เม็ดต่อๆ มาก็ย่อมผิดด้วยเช่นกัน แต่ในวันนี้ก็ถือว่า ผมได้กลัดกระดุมถูกต้องครบถ้วนทุกเม็ดแล้วล่ะครับ
 
โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ.2552 ที่ผ่านมา ได้มีการซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ไปเรียบร้อย แล้วก็จะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม ที่จะถึงนี้
 
เมื่อมองย้อนกลับไปในวันแรกของการมาเรียนที่สถาบันแห่งนี้ ผมไม่เคยคาดหวังอะไรเลย เพราะบาดแผลจากอุบัติเหตุคราวนั้นค่อนข้างฝังใจผมมากทีเดียวครับ แต่เมื่อเวลาผ่านไป 1 ภาคเรียน ผมก็เริ่มตั้งหลักได้ แล้วก็พยายามลบบาดแผลนั้นออกไปทีละน้อยๆ เพราะผมคิดอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับสิ่งที่เปรียบเสมือน "ชีวิต" ของผมมากกว่าคิดเกี่ยวกับสถาบัน จนกระทั่งย่างเข้าสู่ปีการศึกษา 2550 ผมเริ่มมองเห็น "เส้นชัย" อยู่รางๆ แล้วในที่สุดในช่วงภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2550 (เมษายน-พฤษภาคม พ.ศ.2551) เมื่อเกรดประกาศจนครบทุกวิชา ผมก็แน่ใจแล้วว่า ผมสำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้แล้วอย่างแน่นอน!!
 
ตลอดเวลาที่ผมศึกษาอยู่ ณ สถาบันแห่งนี้ ผมรู้สึกมีความสุขในสิ่งที่เรียน และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ ได้ค้นพบว่าสิ่งที่เดิมเคยคิดว่า "ยาก" นั้นกลับง่ายกว่าที่คิดเอาไว้ นอกจากนั้นแล้วผมได้พิสูจน์มาแล้วด้วยตัวเองถึงคำพูดที่ว่า การเรียนที่รามคำแหงนั้น "เข้าง่าย… ออกง่าย" ไม่จริงเสมอไป ถ้าแต่ละคน "ไม่มีความสม่ำเสมอในการเรียน" ครับ เพราะแต่เดิมผมคิดว่าความขยันอย่างเดียวก็สามารถประสบความสำเร็จในการเรียนได้ แต่หากเราไม่มีความสม่ำเสมอในการเรียนแล้ว ก็จะขาดความเชื่อมโยงในสิ่งที่เรียนมาตลอดทั้งภาคเรียน หรือแม้กระทั่งความเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่ยากและลึกซึ้งขึ้นไปอีกครับ
 
โดยเฉพาะการศึกษาในคณะวิทยาศาสตร์ (ม.รามคำแหง) นั้น ผมคิดว่ามีความแตกต่างจากคณะอื่นๆ หลายประการด้วยกัน เช่น
– หลายกระบวนวิชาปฏิบัติการจำเป็นต้องเข้าเรียนทุกคาบ และการเข้าเรียนดังกล่าวก็มีผลกับการตัดเกรดด้วย
– เนื้อหาวิชามีลักษณะเฉพาะตัว ถ้าใช้การอ่านทำความเข้าใจอย่างเดียวโดยไม่เคยเข้าฟังคำบรรยายในชั้นเรียนเลย ก็ยากที่จะสอบผ่านในวิชานั้นๆ
– คณะอื่นๆ อาจมี "ตัวช่วย" หน้ารามฯ มากมาย แต่คณะวิทยาศาสตร์มี "ตัวช่วย" เช่นว่านั้นน้อยมาก บรรยากาศในการเรียนจึงแทบไม่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่ต้องใช้การค้นคว้าจากหนังสือหรือตำราเรียนเป็นหลักแทนที่จะค้นคว้าจาก "ตัวช่วย" อย่างคณะอื่นๆ
– แต่ละสาขาวิชามีจำนวนนักศึกษาไม่มากนัก (ยกเว้นสาขายอดนิยม เช่น วิทยาการคอมพิวเตอร์) ซึ่งสะท้อนไปยังจำนวนนักศึกษาที่ไปเข้าฟังคำบรรยายในแต่ละวิชา รวมทั้งจำนวนบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาด้วย
 
นอกจากนั้นยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยซึ่งแม้แต่ลูกศิษย์คณะวิทยาศาสตร์ ม.รามคำแหง ก็อาจไม่เคยทราบมาก่อนก็ได้ว่า ในการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในของมหาวิทยาลัยรามคำแหงปีล่าสุดพบว่า คณะวิทยาศาสตร์มีคุณภาพการศึกษาในอันดับที่ 1 ของทั้งมหาวิทยาลัยครับ
 
ในท้ายนี้ ผมก็ได้นำภาพบรรยากาศก่อนการซ้อมใหญ่มาให้ทุกท่านได้ชมกัน ก็ขอเชิญคลิกไปที่ "รูปถ่าย" ได้เลยครับ…