หลังจากเริ่มต้นกระบวนการตัดสินใจอยู่นานว่าหมายปองมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งใดในประเทศสหราชอาณาจักรบ้าง ก็มาถึงโค้งสุดท้ายจนได้ครับ โดยผมได้ตัดรายชื่อของมหาวิทยาลัยกว่า 20 แห่ง จนกระทั่งเหลือเพียง 8 แห่งเท่านั้น ได้แก่
 
1. The University of Manchester (M.Sc. + Ph.D. in Pure Mathematics)
2. University of East Anglia (M.Sc. + Ph.D. in Mathematics)
3. King’s College London, University of London (M.Sc. + Ph.D. in Mathematics)
4. The University of Liverpool (M.Sc. + Ph.D. in Mathematical Sciences)
5. The University of Warwick (M.Sc. + Ph.D. in Mathematics)
6. Durham University (M.Sc. + Ph.D. in Mathematical Sciences)
7. University of Bath (M.Sc. + Ph.D. in Mathematical Sciences)
8. Imperial College London (M.Sc. + Ph.D. in Pure Mathematics)
 
เหตุผลที่เลือก 8 มหาวิทยาลัยนี้มีหลายประการด้วยกันครับ แต่ทุกมหาวิทยาลัยมีเหตุผลร่วมกันหมด คือ เปิดสอนระดับปริญญาโทแบบ taught programme คือ เรียนรายวิชาและทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งเหมาะกับผมมากกว่าที่คิดว่าตัวเองยังมีพื้นฐานไม่มั่นคงนัก จึงควรเริ่มต้นจากการเรียนรายวิชาเพิ่มเติมก่อนจะทำวิทยานิพนธ์ในลำดับต่อไปครับ เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ สาขางานวิจัย (research areas) ของทุกมหาวิทยาลัยข้างต้นสอดคล้องกับงานวิจัยที่ผมสนใจ นอกจากนั้นยังมีเหตุผลรองลงมาอีกหลายประการ เช่น ภูมิอากาศ ที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ ซึ่งในจำนวนนี้มี 5 มหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใหญ่ที่มีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษ คือ The University of Manchester, King’s College, The University of Liverpool และ Imperial College London ครับ
 
ทั้งนี้ รวมถึงเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องสมุด บริการคอมพิวเตอร์ ที่พัก เป็นต้น ก็นำมาเป็นปัจจัยเสริมในการพิจารณาด้วยเช่นกันครับ ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัย 20 กว่าแห่งที่เคยอยู่ในการพิจารณาตั้งแต่ต้นจะมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วนเหมือนๆ กัน แต่ก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ผมจะใช้พิจารณาแต่อย่างใด
 
สำหรับเรื่องทุนการศึกษาซึ่งหลายๆ คนมักใช้ในการตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนต่อในสถาบันนั้นๆ หรือไม่ ก็มีอิทธิพลกับการตัดสินใจของผมบ้างพอสมควรครับ แต่อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับรายละเอียดหรือเงื่อนไขของทุนการศึกษานั้นๆ
 
ส่วนปัจจัยที่ผมไม่เคยนำมาใช้พิจารณาเลยก็คือ คะแนนสอบภาษาอังกฤษ ซึ่งแม้ว่ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในประเทศสหราชอาณาจักรยินดีพิจารณาผลสอบ IELTS แต่ก็ไม่ได้ปิดประตูตายสำหรับผลสอบอื่นๆ เช่น TOEFL iBT (ซึ่งผมเลือกสอบ TOEFL iBT ด้วยเหตุผล 2 ประการ) แต่อย่างน้อยที่สุดการที่ระบุคะแนนขั้นต่ำเอาไว้ก็ทำให้ผมสามารถประเมินได้ว่า ควรจะต้องทำคะแนนให้ได้เท่าไร ทั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าเสียดายแต่อย่างใดนะครับถ้าเราทำคะแนนสอบภาษาอังกฤษได้ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่เขากำหนดเอาไว้ แล้วเราจะทิ้งโอกาสสำคัญไป เพราะในการพิจารณารับเข้าศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาของประเทศส่วนใหญ่ในทวีปยุโรป เขามีเกณฑ์พิจารณามากมาย และสามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม นั่นหมายความว่า ถึงแม้ว่าคะแนนสอบภาษาอังกฤษจะน้อยไปสักนิด (แต่ผมคิดว่า ถึงอย่างไรก็ไม่ควรน้อยเกินไปจนน่ากลัว) แต่ถ้าผลงานอย่างอื่นเราใช้ได้ก็มีสิทธิได้รับการพิจารณาครับ
 
ประการสำคัญก็คือ ถึงแม้ว่าคะแนนสอบภาษาอังกฤษเราจะน้อย แต่หากโชคดีสามารถผ่านการคัดเลือกเข้าไปได้ เขาก็อาจจะกำหนดเงื่อนไข (conditional offer) ว่า ต้องมีการเรียนภาษาอังกฤษในรูปของ pre-sessional course หรือ preparatory course (แล้วแต่จะเรียก) ก่อนจะเปิดเทอมใหญ่ประมาณ 4-8 สัปดาห์ (หรือมากกว่านั้น ถ้าคะแนนสอบภาษาอังกฤษ "เน่า" จริงๆ)
 
ทั้งหมดที่เล่ามานี้ก็เป็นเหตุ…และ…ผล ในการตัดสินใจเลือก 8 มหาวิทยาลัยในฝันของผมครับ!!