เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อนสอบกลางภาค (อันเป็นสัปดาห์แรกของการทำงานของผมที่โรงเรียนนี้) ผมได้เข้าไปสอนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติมสำหรับนักเรียนชั้น ม.2/1 การเรียนการสอนก็ดูเหมือนจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่เมื่อสอนไปได้สักพักก็พบว่านักเรียนหลายคนเกิดอาการ “งงเป็นไก่ตาแตก” สังเกตได้จากสีหน้าและแววตาของนักเรียนแต่ละคนที่เต็มไปด้วยคำถามว่า “อะไร?” “ทำไม?” แต่การเรียนการสอนก็ต้องดำเนินต่อไป จนกระทั่งหมดคาบเรียนได้กลับมาใคร่ครวญอย่างรอบคอบก็พบว่า แท้ที่จริงแล้วตัวเองต่างหากที่ใช้วิธีสอนไม่ถูกต้องเพราะผมใช้วิธีสอนแบบเดียวกับที่สอนนักเรียน ม.5 กับ ม.6 กล่าวคือ สอนแบบบรรยายด้วยการให้ทฤษฎีพร้อมทั้งคำอธิบายและตัวอย่างการใช้งานพอสังเขปแล้วตามด้วยการทำแบบฝึกหัด รวมถึงปัญหาที่สำคัญของการสอนคณิตศาสตร์ที่ครูคณิตศาสตร์น่าจะเคยเจอทุกคน คือ การใช้ภาษาที่ยากเกินกว่าที่นักเรียนจะเข้าใจได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าคณิตศาสตร์มีความเป็นนามธรรมสูง ครูจึงมีหน้าที่ในการเปลี่ยนนามธรรมให้เป็นรูปธรรมด้วยการยกตัวอย่างจำนวนมากๆ รวมทั้งการให้คำอธิบายด้วยภาษาง่ายๆ ให้เหมาะสมกับคุณวุฒิและวัยวุฒิของนักเรียนหรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “ภาษาคน” นั่นเอง

จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ผมได้เข้าไปสอนชั้น ม.2/1 อีกครั้งหลังจากสอบกลางภาคเสร็จสิ้น คราวนี้ผมตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่โดยแบ่งการสอนเป็นหัวเรื่องย่อยๆ คอยตรวจสอบผลสะท้อนกลับ (feedback) เป็นระยะๆ ตลอดการสอนในแต่ละหัวเรื่องด้วยการถามคำถามให้นักเรียนตอบทีละคนพร้อมกับให้แรงเสริมเมื่อนักเรียนตอบคำถามได้ถูกต้อง คราวนี้นักเรียนเข้าใจประเด็นที่สอนดีขึ้น นักเรียนเริ่มสนุกกับการเรียน ส่วนครูก็น่าเชื่อว่าวิธีการสอนในลักษณะนี้น่าจะประสบความสำเร็จกับนักเรียน ม.2 อีกสองห้องที่เหลือด้วย

โดยสรุป
1. การใช้ภาษาในการสอนคณิตศาสตร์ของครูมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะตัววิชาคณิตศาสตร์เองเป็นภาษาชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ภาษาสัญลักษณ์” (symbolic language) ซึ่งเป็นภาษาที่เข้าใจยาก ครูจึงต้องเปลี่ยนภาษาสัญลักษณ์ให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย รวมถึงการให้ตัวอย่างประกอบที่หลากหลายเพื่อให้นักเรียนเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
2. การสอนในระดับ ม.5 กับ ม.6 ของผมในช่วงที่ผ่านมายังไม่พบปัญหาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ภาษาในการสอน แต่ในสัปดาห์ต่อๆ ไปก็คงต้องใช้วิธีการเดียวกันกับที่ใช้กับนักเรียน ม.2 เพียงแต่ปรับ “ลีลาในการสอน” ให้เหมาะสมกับวัยวุฒิของนักเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป